ชมเครื่องทอง สมัยกรุงศรีอยุธยา

ชมเครื่องทอง ขึ้นชื่อว่า ทอง คงไม่มีใครไม่รู้จักและไม่มีใครไม่ต้องการ เนื่องจากทองเป็นของหายากและมีคุณค่ามาก เชื่อกันว่าแผ่นดินสุวรรณภูมิหรือดินแดนแถบเอเชียอาคเนย์ เป็นดินแดนทองและเป็นถิ่นที่มีความนิยมทองมากมาแต่โบราณกาล บอกได้เลยครับว่าถ้าใครได้อ่านบทความนี้แล้วได้ความรู้เกี่ยวกับ ทองสมัยแต่โบราณ อย่างแน่นอนครับ

พระคชาธารทองคำประดับอัญมณี  ศิลปะอยุธยา  (พ.ศ. ๑๙๖๗)
พระคชาธารทองคำประดับอัญมณี  ศิลปะอยุธยา  (พ.ศ. ๑๙๖๗)

ทองคำเป็นธาตุชนิดหนึ่ง

ทอง หรือทองคำ เป็นธาตุชนิดหนึ่ง เป็นโลหะลักษณะเป็นของแข็งมีสีเหลืองเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย หลอมละลายที่ 1063′ ช. เนื้ออ่อนมาก สามารถตีบุให้เป็นแผ่นบางจนมีความหนา 0.0001 มิลลิเมตร ได้เหมือนอย่างทองคำเปลว เป็นต้น ตัดใส่กระดาษนำไปใช้สำหรับปิดบนสิ่งที่ลงรัก เช่น พระพุทธรูป ตู้ แผ่นไม้แกะสลัก และอื่นๆได้

สุวรรณมาลา
สุวรรณมาลา

สุวรรณมาลา ทองคำถัก เป็นศิราภรณ์สำหรับสตรี ศิลปะอยุธยาตอนต้น (พุทธศักราช 1967) พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ชมเครื่องทอง ทองพบในธรรมชาติทั่วไป คือ มีชนิดเป็นสายแร่จำนวนมาก และชนิดเป็นเศษทองกระจายอยู่เป็นห่างๆ ไม่มากนัก ทองมีปนอยู่ในดินทรายในหินในแม่น้ำลำธารตามกรวด แม่น้ำ (River Gravel) และที่อื่นๆ ทั่วไปมนุษย์รู้จักนำทองมาทำประโยชน์พร้อมกับแร่ธาตุชนิดอื่นๆ มานานนับพันๆ ปีจากหลักฐานการนำมาใช้ในงานศิลปะ และ ทำเป็นเครื่องประดับภาชนะเครื่องใช้สอยในประเทศอียิปต์อัสสีเรียนอีทรุสกัน ฯลฯ ครั้งโบราณในตะวันออกกลางเชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่คราว ๓,๑๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช แม้แต่ในจีนอินเดียก็มีมานานเช่นกันซึ่งแสดงให้เห็นความเจริญในเทคโนโลยีอย่างสูง และเป็นโลหะธาตุที่มนุษย์รู้จักมานานและต้องการกันมาก

ชมเครื่องทอง - 3

ทองคำ นอกจากเป็นโลหะธาตุที่หายากแล้วยังถือว่าเป็น วัตถุที่มีความสวยงามกว่าอย่างอื่นเนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของมัน คือ เป็นธาตุแท้ชนิดหนึ่งมีจุดสำคัญดีเด่นอยู่ที่สี (Colour) คือสีเหลืองสว่างสดใสและมีความสุกปลั่ง (Brightness) คือ มีประกายมันวาวสะดุดตา นอกจากนี้ยังไม่เป็นสนิมแม้จมดินจมโคลน มีความแข็งเหนียวเนื้อแน่นมาก ไม่สกปรก ไม่หมองไม่เป็นคราบไคลง่าย เหมือนวัตถุชนิดอื่น และ สามารถนำไปใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่างเรียกได้ว่า เป็นเสมือนแก้วสารพัดนึกนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ทองคำ จึงเป็นทรัพย์สินที่มนุษย์ต้องการมากทั่วโลก เป็นโลหะธาตุมีค่าสูงไม่เสื่อมถอย แม้แต่ยุคปัจจุบัน และสามารถตีค่าในราคาแพงกว่าวัตถอย่างอื่น หรือ แปรสภาพเปลี่ยนเป็นมูลค่าทรัพย์สินอย่างอื่นได้สะดวกทอง มีความสวยงามตามธรรมชาติ เมื่อนำมาทำเป็นภาชนะสิ่งของรูปทรงต่าง ๆ และเมื่อสลักลายให้มีเหลี่ยม มีรูปมีเงาของรอยสลักเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งเพิ่มความสวยงามมากขึ้นอีกเครื่องทองเวลาเปื้อน ก็สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย หรือการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ก็ทำได้โดยวิธีต้มกับส้มมะขามเปียก จะแลดูสุกใสเป็นของใหม่ และถ้า สิ่งของนั้นมีลวดลายสวยงามด้วยก็ยิ่งดูไม่เบื่อ และ เพิ่มคุณค่ามากขึ้นอีก

ชมเครื่องทอง

มนุษย์เป็นผู้มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นอยากทดลอง และชอบคิดค้นแสวงหาอยู่เสมอไม่ว่าจะโดยบังเอิญ หรือโดยตั้งใจก็ตามเมื่อพบแร่ธาตุชนิดต่างๆ ก็นำมาทดลองเผาหรือนำมาถลุงเพื่อจะได้ตัวแร่ธาตุแท้ซึ่ง ก็จะได้นำมาทำการหลอม หรือตีแผ่ทำเป็นรูปวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ละลาย เป็นของเหลวตกแต่งศิลปวัตถุให้สวยงามอะไรต่างๆ ต่อไปคนจำพวกที่ชอบค้นคว้าแสวงหาแร่ธาตุมีค่าต่างๆ จึงมีมาเนิ่นนานเรามักเรียกกันว่าพวกนักเล่นแร่แปรธาตุปรอท เป็นพวกแสวงหาโชคลาภแสวงหาโภคทรัพย์อย่างหนึ่ง เป็นคล้ายกับนักธรณีวิทยายุคโบราณนั่นเอง ถ้าใครโชคดี พบแหล่งแร่ธาตุมีค่าโดยเฉพาะทองคำ ก็จะร่ำรวยสุขสบายไปนานดังนั้นคนสมัยก่อนจึงนิยมแสวงหากันมาก แม้จะเสี่ยงภัยมีอันตรายก็ไม่ย่นย่อ และ นับว่าเป็นความฉลาดของมนุษย์ที่ค้นคว้าทดลอง และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิต และสังคมได้ก้าวหน้ามาเป็นอันมาก กล่าวคือนอกจากรู้จักผสมเจือทองให้มีคุณสมบัติต่าง ๆ แล้วยังรู้จักนำทองมาทำเป็นเครื่องประดับตกแต่ง ทำเป็นภาชนะเครื่องใช้สอยประเภทต่าง ๆ โดย ใช้เทคนิคหลายรูปแบบ

พระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น
พระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น

ทอง เป็นของคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย มาแต่ครั้งอดีตกาล เพราะเป็นของมีค่าราคาสูงกว่าสิ่งอื่น หรือ อาจจะเรียกได้ว่า“ มีค่าควรเมือง” ตามคตินิยมแต่ครั้งโบราณเนื่องจากทองมีค่าสูงสุดคนสมัยก่อนเวลาสู่ขอทำพิธีหมั้น หรือ แต่งงานเขาเรียกค่าสินสอดค่าหมั้นกันด้วยทองคำเป็นหลักจะเป็นทองแท่ง หรือ ทองรูปพรรณก็ได้แต่ โดยมากเรียกกันเป็นทองรูปพรรณ (ที่เรียกเป็นทองแท่งก็ เพื่อความสะดวกฝ่ายหญิงสามารถจะเอาทองไปแปรรูป ทำอะไรก็ได้ตามชอบใจ) เช่น เรียกทอง 90 บาท อาจแยกเป็นสร้อยคอเสีย ๕ บาท สร้อยข้อมือ ๕ บาท ก็ได้ แม้แต่การโกนจุกการขึ้นบ้านใหม่เด็กเกิดใหม่ ก็มีการให้ทองคำเป็นของขวัญกัน และ ถือเป็นของขวัญที่มีเกียรติสำคัญมีหน้ามีตาที่สุดกล่าว คือ พี่ป้าน้าอาเอาทองมาให้เป็นของขวัญเป็นการทำขวัญเป็นทุนรอนแก่ลูกหลาน มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งปีใดชาวนาชาวบ้านทำนาได้ข้าวดีราคาทอ ก็จะสูงขึ้นตามด้วยเพราะแสดงว่าปีนั้นเศรษฐกิจของชาวบ้านดี จะมีการสู่ขอแต่งงานกันมากกว่า ปกติพระนามของพระเจ้าอู่ทองผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานก็กล่าวว่าเมื่อแรกเกิดพระบรมวงศานุวงศ์ และ พระญาติทั้งปวงมีความชื่นชมยินดีจึงนำอู่ทอง (เปล) ขันทองอ่างทอง (โดยมากเป็นเปลทอง) มาถวาย เป็นของทำขวัญคนทั่วไปจึงได้เรียกกันว่า“ พระเจ้าอู่ทอง” มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

การนำทองคำมาประดิษฐ์เป็นวัตถุสิ่งของเพื่อประโยชน์ใช้สอยมนุษย์ คงจะรู้จักนำทองมาทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ก่อนอาทิทำเป็นแหวนต่างหูกำไลแขนสร้อย ฯลฯ เนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์ ชอบความสวยงามประกอบ กับประดิษฐกรรมเริ่มแรก ต้องทำในสิ่งของที่มีขนาดเล็กและง่ายก่อน ต่อเมื่อมีความรู้ความสามารถในการแสวงหาทองมาได้จำนวนมากและมีการพัฒนา เทคนิควิธีการทำฝีมือสูงขึ้น จึงคิดสร้างสรรค์งานสำคัญชิ้นใหญ่ ๆ อาทิทำเป็นรูปเคารพในศาสนา และ เครื่องมือเครื่องใช้ที่มีขนาดใหญ่ และ มีความประณีตละเอียดอ่อนเท่าที่พบหลักฐาน การนำทองคำมาทำ เป็นพระพุทธรูปมีมานับเป็นพันปีแล้วพระพุทธรูปปางทรงแสดงธรรมประทับยืนแบบอมราวดีหรือศิลปะอินเดีย ลุ่มแม่น้ำกฤษณาอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐-๑๒ พบที่วั ดจอมทอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ทำด้วยทองสีดอกบวบหรือทองเนื้อสี่คุณภาพไม่ดีบางท่านจึงกล่าวว่า เป็นทองสำริดในสมัยทวารวดีพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ ได้พบพระพุทธรูปทองขนาดเล็กจำนวนมาก รวมทั้งที่เป็นลูกปัด และเครื่องประดับนานาชนิดที่ทำด้วยทองก็มีจำนวนมาก เป็นฝีมือช่างท้องถิ่นและอิทธิพลอินเดียโดยมากได้จาก แถบนครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี บางทีก็ได้พบการเอาแผ่นทองมาแผ่หุ้มพระพุทธรูปแต่เป็นการหุ้มด้านเดียว เฉพาะด้านหน้าในสมัยทวารวดีช่างรู้จักการนำทองมากะไหล่บนพระพุทธรูปแล้ว

แต่พบเป็นจำนวนน้อยมาจากจันฝักดาบด้ามมีดนิยมหุ้มด้วยแผ่นทองคำ หรือ แผ่นเงินเป็นของที่โปรดพระราชทานขุนนางพวกช่างทองรูปพรรณพอมีทำกันทั่วไป แต่ชาวสยามไม่รู้จักวิธีหล่อแก้ว และ ทำกระจกต้องซื้อหามาจากจีนจากบันทึกของอาลักษณ์ชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) เรื่องสำเภากษัตริย์สุลัยมานซึ่งติดตามคณะราชทูตเปอร์เซียเข้ามาเจริญพระราชไมตรี กับกรุงสยาม สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชระหว่างพุทธศักราช ๒๒๒๘ – ๒๒๓๑ ได้กล่าวอ้างคำบอกเล่าของพวกพ่อค้านักเดินเรือและชาวพื้นเมืองว่าลังกามีทองคำเมืองอาเต๊ะ (อยู่ทางเหนือของเกาะสุมาตราหรือปลายแหลมมลายู) มีเหมืองทองคำชาวเมืองชอบร่อนทองคำมากกว่าทำนาเมืองพม่า มีทับทิมมากมีบ่อทับทิมใหญ่ที่สุดกษัตริย์ทรงใช้ทับทิมแทนเงินเวลา ซื้อสินค้าจากชาวต่างประเทศพวกญี่ปุ่นตีแผ่นทองคำให้บางใช้ เป็นมูลค่าในการซื้อขายและประเทศรอบ ๆ ญี่ปุ่นก็มีทองชนิดนี้ใช้กันทองหนักหนึ่งมิษกอล (๒๐ มิษกอลประมาณ ๓ ออนซ์) ในญี่ปุ่น มีราคาเท่ากับหนึ่งพันดีนาร์มีชาวจีนไปอาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ (มนิลา) บ้างส่วนมากเป็นช่างทอง และ แกะสลักฤดูมรสุมแล่นเรือจากกรุงศรีอยุธยา ไปญี่ปุ่นใช้เวลาราว ๑๕ วัน ขากลับกินเวลา ๔๐ วัน ถ้าไปมะนิลา ๒๐ วัน หากลมดีฤดูมรสุมไปเมืองจีน ๒๐ วัน แต่ขากลับใช้เวลา ๔๐ วัน และ คณะทูตจากเปอร์เซีย เดินทางมาถึงเมืองตะนาวศรีใช้เวลา ๓ เดือน ๓ วันแต่ขากลับใช้เวลา ๕ เดือนครึ่งเนื่องจากลมไม่ดีมีอุปสรรคหลายอย่าง

สถูปทอง
คำจำหลักประดับรัตนชาติ สมัยอยุธยา
คำจำหลักประดับรัตนชาติ สมัยอยุธยา

ชาวเปอร์เซียยังได้กล่าวว่า ชาวสยามจับช้างเก่งสามารถส่งช้างไปยัง อินเดียใต้บางทีชาวอินเดียก็มาค้าขายเล็กน้อยแล้วซื้อช้างกลับไปปีละ ๓๐๐ – ๔๐๐ เชือก นับเป็นรายได้งามของกษัตริย์สยามเมืองปัตตานี มีทองคำเหมือนกันแต่ไม่ได้ทำเป็นเหมืองหาร่อน จากพื้นดินชาวเมืองปัตตานีทำดอกไม้ ทองคำส่งมาเป็นบรรณาการแก่พระเจ้ากรุงสยามเรื่องประเทศสยามมีทองคำมั่งคั่งเป็นที่ร่ำลือในหมู่พวกพ่อค้านักเดินเรือชาติต่างๆ ในสมัยโบราณแต่ในข้อเท็จจริงก็ยังไม่กระจ่างนักกล่าวคือแหล่งที่มีแร่ทองคำมากจริงๆ มีน้อยที่เรารู้จักกันดีก็มีเพียงที่เมืองบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมืองกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตำบลโต๊ะโต๊ะจังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ก็มีประปรายที่โน่นบ้างที่นี้บ้างอย่างเช่น ที่เขานางร่อนจังหวัดชุมพรและที่อื่นๆ ซึ่งชาวบ้านชาวเมืองไปเที่ยวร่อนหามาแต่โบราณ เช่น แถบลำน้ำโขงอำเภอสงคราม จังหวัดหนองคาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยบางทีก็มีกล่าวถึงไว้ในตำนาน และ ประวัติศาสตร์ ด้วยความจริงทองคำปรากฏอยู่ในทุกประเทศเช่นพม่ามาเลเซีย (รัฐกลันตันต่อกับไทย) อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เขมร ลาว (ปัจจุบันยังมีร่อนกันอยู่แถบปากแม่น้ำอเมืองหลวงพระบาง) เวียดนามมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปและน่าเชื่อว่า ทองจากประเทศอาหรับ ก็คงจะมีเข้ามาจำหน่ายไม่น้อย เหรียญทองอาหรับพบได้มากในเมืองไทยแม้แต่ในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ

เครื่องทองคำ กำไลข้อมือ , ผอบทองคำ สมัยอยุธยา
เครื่องทองคำ กำไลข้อมือ , ผอบทองคำ สมัยอยุธยา

จากการสำรวจของนักธรณีวิทยาในปัจจุบันพอจะสรุปตามข้อมูลของสภาการเหมืองแร่ได้ว่าขณะนี้ได้มีบริษัทต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ทองคำขนาดใหญ่หลายรายสนใจจะมาลงทุนสำรวจ และผลิตแร่ทองคำในประเทศไทยเช่นบริษัทยูท่าห์ไมนิ่ง จำกัด บริษัทยูท่าห์อินเตอร์เนชั่นแนล. จากสหรัฐอเมริกาซึ่งจะมาทำทั้งเหมืองแร่ทองคำ และลิกในต์ขณะที่บริษัทแปซิฟิคแอ็กจากออสเตรเลีย ซึ่งมีการลงทุนทำเหมืองทองทั้งในฟิลิปปินส์ และ ปาปัวนิวกินี ก็กำลังขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยเพื่อที่จะได้มีสิทธิขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำด้วยความสนใจของชาวต่างประเทศดังกล่าวเป็น เพราะต่างเชื่อว่าประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีศักยภาพ “สูงพอสมควรโดยเฉพาะจากการสำรวจขั้นต้นของกรมทรัพยากรธรณีพบว่าบริเวณที่น่าสนใจแหล่งใหม่ คือแถบแม่น้ำเลยจังหวัดเลยแม่น้ำโขงจังหวัดหนองคายนอกจากนั้นมีที่บริเวณ อำเภอเถิน อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ส่วนที่ได้สำรวจแล้ว และ เตรียมให้เอกชนเข้าดำเนินการภายหลังประกาศกฎกระทรวงเรียบร้อยแล้วคือบริเวณ อำเภอวัฒนานคร และอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนเหมืองทองขนาดใหญ่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของ นายเปลวฤาโรจน์วงศ์ ก็ได้เข้าร่วมทุนกับแคนาดาแล้วและตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท ไทยแอมแคนไมนิ่งโดยจะมีการเพิ่มทุน และขยายพื้นที่ดำเนินการออกไปอีกเพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจาก คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ผู้ขอสำรวจ และทำเหมืองทองคำในพื้นที่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดจะต้องมีทุนไม่ต่ำกว่า ๔๐ ล้านบาท และเสนอว่าบริเวณจังหวัดเลย และจังหวัดหนองคายที่ยังสำรวจไม่เสร็จก็ยังไม่มีการออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่แก่ผู้ใด

พระแสงขรรค์ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ
พระแสงขรรค์ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ


ที่มา กรมศิลปากร

 

Follow Us